บทสัมภาษณ์ ...อธิการโจเซฟท์ แมรตส์

     อธิการเข้ามาเมืองไทยด้วยเหตุผลอะไร
     "...เมื่อเราอยู่ที่โน่น ตอนนั้นเริ่มมีความวุ่นวายขึ้นในเมือง ฝรั่งเศสก็เรียกคนฝรั่งเศสไปที่ค่ายทหารเพื่อเรียนอาวุธกันใหม่ เราก็ไป..จำเป็นต้องไป ถ้าไม่ไปประเดี๋ยวก็โดน เมื่อเรากลับมา พวกบราเดอร์เวียดนามก็เกลียดพวกเราทันที พวกเราก็กลายเป็นพวกต่อต้านเวียดมินในเวลานั้นเมื่อเป็นอย่างนั้น เราก็เสียใจมาก แล้วในเวลานั้น อธิการใหญ่ศาคารยาก็มา ผ่านมากรุงเทพฯ พักอยู่ที่โปกือส์ อยู่ข้างๆ โรงเรียนอัสมัมชัญบางรัก และในเวลานั้นเขาก็รอเพื่อที่จะมีเครื่องบินมาในวันรุ่งขึ้น ก็พอดีพบกับสังฆราช พระสังฆราชก็บอกว่า โอ้...บราเดอร์มาอย่างนี้ก็ดีเลย เรามีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่นครสวรรค์ เป็นโรงเรียนจีนยังปิดอยู่ ชาวจีนมาขอให้พวกอัสสัมชัญไปเปิดโรงเรียนอยู่ที่นครสวรรค์ ชื่อ "ตงฮั้ว"แล้วพอดีขณะนั้นที่เวียดนามกำลังวุ่นวายอธิการใหญ่ก็ตัดสินใจว่าเอาพวกบราเดอร์ฝรั่งเศสออกมาให้หมด เอามาอยู่ที่นี่ ก็มีโอกาสดีที่ออกจากเวียดนาม สงบแล้วก็จะเอาพวกบราเดอร์กลับไปแล้วเราก็มาเมืองไทย ก็ไม่ได้กลับไปเวียดนามเลย

      เรามาที่เมืองไทย ไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเลย เวียดนามตอนนั้นก็กำลังมีสงคราม เราก็ไม่กล้าขอเงินจากพวกบราเดอร์เวียดนาม เราก็มาอยู่บ้านสังฆราชที่สาธร โอ้โห...สบายเลยกินอยู่กับสังฆราช โต๊ะเดียวกับสังฆราช เราก็กินอร่อย อธิการของเราก็ไม่ไปหาคนครัวเพราะไม่มีตังค์จ้างเวลานั้นลำบากมาก คุณพ่อลาเกตุมาทุกเช้า สอนภาษาไทยให้เรา 1 ชั่วโมงทุกวัน

     และในเวลานั้น เพื่อมีตังค์ เราต้องสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับลูกทูตเวียดนามพูดฝรั่งเศสพอสิ้นเดือนเราก็ส่งบิลให้เขา เขาบอกโอ้โหแพงมาก ที่สุดเขาก็เลิกเรียน เราเก็บตังค์เขา ชั่วโมงละ 50 บาท ในเวลานั้นคนงานทำงานทั้งวันได้แค่ 40 บาท ก็ไม่รู้...ไม่มีตังค์เหมือนเดิม ต่อมาเราได้ไปสอนที่โรงเรียน ในเวลานั้นเราต้องเดินไปเพราะไม่มีตังค์ขึ้นรถ ชอล์กก็ต้องซื้อเอง ทีหลังอธิการก็เปลี่ยนใจ ก็บอกว่าไม่เอาแล้ว ถ้าใครอยากมาเรียนก็ให้มาบ้านเราและส่วนมากที่มาเรียนก็เป็นพระ แต่งตัวสีเหลือง (พระภิกษุ) คนอื่นๆ เห็นก็สะดุดใจ ทำไมฝรั่งมาสอนพระ แต่เราก็ไม่เห็นอะไรเป็นพิเศษ...แต่สอนก็ไม่ได้ตังค์

     และในที่สุด เมื่อพวกเราเรียนภาษาไทยเสร็จแล้ว ก็ต้องเตรียมสอบ ป.4 เราก็ไปสอบ แล้วก็สอบได้ทุกคน ยกเว้นบราเดอร์ที่เป็นรอบอธิการของเรา สอบตก เขาก็เสียใจ เพราะเขาเป็นรองอธิการ เป็นหัวหน้าพวกเรา แก่กว่า พวกเราหนุ่มๆ พวกเราได้ แต่เขาไม่ได้ ที่สุดเขาก็ขอย้ายตัวเองไปอัฟริกา

มีบราเดอร์กี่คน
     ในเวลานั้น มีคนเดียว มีผมอยู่คนเดียว ผมนอนที่บ้านพักพระสงฆ์ แล้วถีบจักรยานจากบ้านพักไปทำงาน ส้วมก็ไม่มีในโรงเรียน ต้องทาสีห้องเอง ทำความสะอาดเอง ผมก็อยู่ 6 เดือน กับคุณพ่อเทโอฟาน

อธิการจำนักเรียนรุ่นแรกๆ ได้ไหม
       ก็จำได้ดีที่สุดที่ 1 ก็เป็นเบอร์ 1 ชื่อนายวีระชัย ลูกนายสุชาติ เจ้าของศรีไกรลาส...ตอนนี้ยังอยู่ไหม

อธิการสอนนักเรียนอย่างไร
      พอเริ่มสอน ผมก็สอนภาษาไทยนักเรียน ผมจำได้ เขาหัวเราะฝรั่งพูดไทยไม่ชัด ผู้ปกครองก็มาดูว่า เอ...ฝรั่งจะสอนยังไง มาทีหลังก็มีผู้ปกครองที่มาดูก็บอกว่า...มาบราเดอร์ เดี๋ยวผมสอนให้ ก็ให้ผู้ปกครองสอน...มาตอนหลังโรงเรียนก็เริ่มมีชื่อเรื่องสอนภาษาอังกฤษ พอมีเด็กไม่มาเรียนเราก็ไปตามที้บาน ทำไมไม่มาเรียน ตอนนั้นพวกบราเดอร์ดุ ไม่ยอมเรียนคำศัพท์ก็ขัง วันเสาร์ต้องบังคับให้มาเรียน เช้าวันเสาร์ก็กักบริเวณเขา ให้ท่องศัพท์จนกว่าจะได้ ตอนนั้นเราก็บ้าๆ บอๆ

ผู้ปกครองว่าอะไรไหม
     ไม่ว่า ผู้ปกครองก็ยอม ดีใจ โอ้โห...นักเรียนมาเรียนกันเต็ม ไม่มีปัญหา

โรงเรียนช่วงบุกเบิกลำบากไหม
      ลำบากมาก ช่วงปีแรกๆ ลำบากมาก มีครู 3-4 คน มีเด็กไม่ถึงร้อยคน ทีหลังนักเรียนก็เยอะแยะ คนจีนก็จะมาขอโรงเรียนคืน เราก็ไปดูที่ๆ อื่น ตรงที่เป็นโรงเรียนประชานุเคราะห์ปัจจุบัน แต่ต่อมาก็ไม่ได้ รัฐบาลไม่ให้ บอกว่าเป็นที่ภูเขา ผมก็เลยต้องหาซื้อที่ๆ อื่น ก็ได้ยินว่าบริษัทบอร์เนียว ที่เป็นโรงเรียนโชติปัจจุบันจะขายที่ ผมก็ไปขอซื้อ เจ็ดหมื่นหรือเจ็ดแสนผมจำไมได้

ตอนนั้นมีบราเดอร์คนอื่นมาช่วยงานแล้ว หรือยัง
      ก็มีแล้ว มีบราเดอร์วีแอล ทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงดีมาก เขามีเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง เขาให้การบ้านเด็กทางวิทยุ แล้วตั้งคำถาม แล้วก็ให้เด็กเปิดฟังจากวิทยุแล้วพรุ่งนี้เช้าก็เอามาส่ง
ทุกคนก็ชอบ มีชื่อทีหลังก็มีเรื่องประเทศไทยกับเวียดนาม เขาก็ถือว่าบราเดอร์วีแอลเป็นสายลับของเวียดนาม ทีหลังก็โดนยึดของไปหมด แล้วบราเดอร์วีแอลก็ไปขอออสเตรเลีย เราก็คอยเตือนเขาแล้วแต่เขาไม่เชื่อ...ดื้อดึง...(หัวเราะ)

     ต่อมามีพวกบราเดอร์มาอยู่เพิ่มขึ้น รวม 7 คน จาก 7 ชาติ 7 การศึกษาที่ต่างกัน ก็ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย และที่สุดก็ต้องแยกไปอยู่จันทบุรี